แชร์

เทคนิคประหยัดน้ำมัน ช่วงน้ำมันขึ้นราคา

อัพเดทล่าสุด: 10 ก.ย. 2026
73 ผู้เข้าชม

เทคนิคประหยัดน้ำมัน ช่วงน้ำมันขึ้นราคา

ในช่วงเวลาที่ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขั้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลต่อค่าใช้จ่ายที่มากขึ้นในการเดินทางและการใช้รถยนต์ในการเดินทางเพิ่มตามไปด้วย โดยเฉพาะผู้ที่ใช้รถเป็นประจำ การลดปริมาณการใช้น้ำมันจึงเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยควบคุมค่าใช้จ่ายได้

การประหยัดน้ำมันไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการลดการใช้รถเพียงอย่างเดียว เพราะพฤติกรรมการขับขี่ การดูแลรักษารถยนต์ และการตรวจสอบสภาพรถให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน ล้วนมีส่วนช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและใช้เชื้อเพลิงได้อย่างคุ้มค่ามากขึ้น

ในยุคที่น้ำมันมีราคาที่ปรับขึ้นๆ ลงๆ อยู่ตลอด การเติมน้ำมันเต็มถังทีไรแทบเป็นลม แต่... เราสามารถประหยัดน้ำมันได้ เพียงปรับพฤติกรรมการขับรถและการดูแลรถให้สมบูรณ์ตลอดเวลา จะส่งผลให้ค่าเฉลี่ยน้ำมันเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน

ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่

เพียงปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่ของเรา ก็สามารถทำให้ประหยัดน้ำมันได้พอสมควร เพียงทำตาม ดังนี้
1. เทคนิค การเลี้ยงคันเร่ง ในการขับรถในชีวิตประจำวัน เพียงการเหยีบคันเร่งเบาๆ ค่อยๆไต่ระดับความเร็ว การออกตัวกระชากเป็นการใช้น้ำมันอย่างมาก

2. รักษาความเร็วให้คงที่  การขับรถที่ความเร็วที่เหมาะสมและใช้รอบเครื่องอย่างคงที่  โดยความเร็วที่ประหยัดน้ำมันที่สุดสำหรับรถทั่วไปคือ 60-90 กม./ชม. ในการที่เราเร่งเครื่องเพื่อเพิ่มความเร็วอยู่ตลอด เป็นสาเหตุของการจ่ายน้ำมันมากขึ้น

3. ขับรถโดยไม่ลากรอบเครื่อง ในการขับรถสำหรับเกียร์ธรรมดา ให้เปลี่ยนเกียร์ในรอบเครื่องที่ไม่สูงจนเกินไป (ประมาณ2,000-2.500 รอบ) ส่วนรถเกียร์ออโต้ พยามหลีกเลี่ยงการขับรถในโหมด Sport หรือเกียร์ S หากไม่จำเป็น เพราะการใช้รอบที่สูง ทำให้ต้องจ่ายน้ำมันให้กับเครื่องยนต์มากขึ้นตามไปด้วย

4. ปรับแอร์ให้พอดี เมืองไทยร้อน แต่การปรับแอร์ 18 องศาตลอดเวลาทำให้คอมเพรสเซอร์ทำงานหนัก แนะนำให้ปรับที่ 25 องศา แล้วเพิ่มแรงลมเอา จะประหยัดกว่ามาก

การดูแลรักษารถ

นอกจากการปรับพฤติกรรมการขับขี่ที่ทำให้เราประหยัดน้ำมันได้แล้ว การดูแลรักษารถให้สมบูรณ์ก็สามารถทำให้รถประหยัดน้ำมันได้ ดังนี้

1.เช็คลมยางเป็นประจำ หากเราปล่อยให้ลมยางอ่อนยางจะมะหน้าสัมผัสพื้นที่เยอะ ทำให้เกินแรงเสียดทานสูง ส่งผลให้เครื่องต้องออกแรงลากรถมากขึ้น หายปล่อยลมยางอ่อนบ่อยๆ ส่งผลเสียต่อโครงสร้างภายในของยาง เติมลมยางตามสเปคโรงงานช่วยประหยัดได้ทันที

2. เปลี่ยนกรองอากาศ(Air Filter) หลายคนมักมองข้ามการเปลี่ยนกรองอากาศจนทำให้กรองอากาศเริ่มตัน อากาศเข้าห้องเผาไหม้ไม่สะดวกเครื่องยนต์จึงต้องฉีดน้ำมันหนาขึ้นเพื่อชดเชยกำลัง การเปลี่ยนกรองอากาศตามระยะที่กำหนด จะทำให้อากาศเข้าห้องเผาไหม้ได้เพียงพอ ทำให้การจุดระเบิดสมบูรณ์ เร่งแซงได้ดั่งใจ

3. เช็คหัวเทียน หัวเทียนเสื่อมสภาพทำให้การจุดระเบิดไม่สมบูรณ์ เผาไหม้เชื้อเพลิงได้ไม่หมดจด ทำให้สิ้นเปลือง

4. เปลี่ยนน้ำมันเครื่องตามระยะ และเลือกเบอร์น้ำมันเครื่องที่เหมาะสม การที่เราเปลี่ยนถ่ายเกินระยะจะส่งผลให้ น้ำมันเครื่องหนืดและข้นเหนียวขึ้น เครื่องยนต์ต้องใช้กำลังและน้ำมันเชื้อเพลิงมากขึ้น และหากเปลี่ยนถ่ายควร เลือกใช้เกรดตามคู่มือรถระบุ อย่าใช้น้ำมันเครื่องหนืดเกินความจำเป็น จะช่วยลดแรงเสียดทานในเครื่องยนต์ได้

การประหยัดน้ำมันท่ามกลางวิกฤตราคาน้ำมันแพง ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด เพียงแค่เราเริ่มต้นจากจุดเล็กๆ อย่างการปรับพฤติกรรมการขับขี่ให้มีความนุ่มนวล รักษาความเร็วให้คงที่ และใส่ใจดูแลบำรุงรักษาสภาพรถยนต์อย่างสม่ำเสมอตามระยะเวลาที่กำหนด

เคล็ดลับเหล่านี้ไม่เพียงแต่จะช่วยให้คุณเซฟเงินในกระเป๋าและเพิ่มตัวเลขระยะทางต่อลิตรให้คุ้มค่าที่สุดในทุกการเดินทางเท่านั้น แต่ยังช่วยยืดอายุการใช้งานของรถยนต์คู่ใจให้เสื่อมสภาพช้าลง และลดมลพิษบนท้องถนนได้อีกด้วย เริ่มต้นปรับเปลี่ยนตั้งแต่วันนี้ เพื่อการขับขี่ที่ประหยัด ปลอดภัย และสบายกระเป๋าในระยะยาว


บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy