แชร์

ดูแลรถหลังน้ำท่วมอย่างไร? ต้องเช็กอะไรบ้างก่อนนำรถกลับมาใช้งาน

อัพเดทล่าสุด: 30 ก.ย. 2026
95 ผู้เข้าชม
ดูแลรถหลังน้ำท่วม ตรวจเช็กเครื่องยนต์และระบบต่าง ๆ ก่อนนำกลับมาใช้งาน

ดูแลรถหลังน้ำท่วมอย่างไร? เช็กอะไรบ้างก่อนนำกลับมาใช้งาน

หลังน้ำลด หลายคนอาจคิดว่าแค่ล้างรถ ตากพรมให้แห้ง แล้วก็กลับมาขับได้ตามปกติ แต่จริง ๆ แล้ว น้ำอาจเข้าไปสะสมอยู่ในจุดสำคัญของรถโดยที่เราไม่เห็น

และอาจทำให้เกิดปัญหาตามมาภายหลัง ทั้งสนิม ระบบไฟฟ้าขัดข้อง เครื่องยนต์เสียหาย หรือระบบเบรกทำงานผิดปกติ 

 

อย่าเพิ่งรีบสตาร์ตรถ

นี่คือสิ่งแรกที่ควรจำไว้ หากรถถูกน้ำท่วมจนมีน้ำเข้าไปในห้องโดยสาร หรือสงสัยว่าน้ำอาจเข้าไปถึงห้องเครื่อง

ไม่ควรรีบสตาร์ตเครื่องยนต์เพื่อทดลองว่ารถยังติดหรือไม่

เพราะหากมีน้ำเข้าไปในระบบไอดีหรือกระบอกสูบ การพยายามสตาร์ตอาจทำให้เครื่องยนต์เสียหายเพิ่มเติมได้ ขณะเดียวกันน้ำที่เข้าไปในระบบไฟฟ้าอาจทำให้เกิดการลัดวงจรหรือปัญหาที่ไม่ได้แสดงอาการทันที

 

รถไฮบริดและรถ EV ต้องระวังเป็นพิเศษ

สำหรับรถไฮบริดและรถยนต์ไฟฟ้า ไม่ควรตรวจ หรือทดลองระบบไฟแรงสูงด้วยตัวเอง

แบตเตอรี่แรงดันสูงและระบบไฟฟ้าของรถที่ถูกน้ำท่วมอาจมีความเสี่ยงต่อไฟฟ้าช็อตและไฟไหม้ แม้รถจะดูเหมือนแห้งแล้วก็ตาม NHTSA

แนะนำว่าหากสงสัยว่าแบตเตอรี่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม ควรติดต่อผู้ผลิตหรือศูนย์บริการ

 

เปิดฝากระโปรง ตรวจดูระดับน้ำและคราบสกปรก

สังเกตว่ามี

  • คราบโคลนหรือคราบน้ำอยู่ในห้องเครื่องหรือไม่
  • น้ำมันเครื่องมีลักษณะผิดปกติหรือไม่
  • กรองอากาศเปียกหรือไม่
  • มีน้ำอยู่ในกล่องกรองอากาศหรือไม่
  • ปลั๊กและขั้วไฟฟ้ามีคราบน้ำหรือความชื้นหรือไม่

โดยเฉพาะ กรองอากาศ หากเปียกหรือมีร่องรอยว่าน้ำเข้าไปถึงระบบไอดี ควรหยุดการใช้งานและให้ช่างตรวจสอบก่อน

 

ตรวจน้ำมันเครื่องและของเหลวต่าง ๆ

น้ำที่เข้าไปในรถสามารถปนกับของเหลวต่าง ๆ ได้ จึงควรตรวจสอบ

น้ำมันเครื่อง → น้ำมันเกียร์ → น้ำมันเฟืองท้าย → น้ำมันเบรก → น้ำยาหล่อเย็น

 

หากพบว่าน้ำมันมีสีหรือสภาพผิดปกติ เช่น น้ำมันเครื่องมีลักษณะขุ่นคล้ายน้ำนม หรือมีน้ำปนอยู่ ควรเปลี่ยนถ่ายและตรวจสอบระบบที่เกี่ยวข้องก่อนนำรถกลับมาใช้งาน

นอกจากนี้ควรตรวจระดับน้ำมันเบรกและของเหลวต่าง ๆ ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมด้วย โดยแนวทางตรวจสภาพรถของกรมการขนส่งทางบกก็ให้ความสำคัญกับระดับน้ำมันเบรก น้ำยาหล่อเย็น น้ำมันเครื่อง และสภาพยางในการตรวจความพร้อมของรถ

 

ระบบเบรกต้องเช็กให้ละเอียด

หลังลุยน้ำ เบรกอาจมีน้ำหรือสิ่งสกปรกเข้าไปสะสม โดยเฉพาะบริเวณจานเบรกและชุดเบรก

หลังจากรถได้รับการตรวจสอบแล้ว ควรทดลองเบรกในพื้นที่ปลอดภัยและสังเกตว่า

  • แป้นเบรกผิดปกติหรือไม่
  • รถเบรกแล้วดึงไปด้านใดด้านหนึ่งหรือไม่
  • มีเสียงผิดปกติหรือไม่
  • ไฟเตือน ABS หรือระบบเบรกขึ้นหรือไม่

หากมีอาการผิดปกติ ไม่ควรฝืนขับต่อ

 

ล้างคราบโคลนและสิ่งสกปรกออกให้เร็ว

น้ำท่วมไม่ได้มีแค่น้ำ แต่ยังอาจมีดิน โคลน เศษขยะ และสารปนเปื้อนต่าง ๆ ติดมากับน้ำ

หลังน้ำลดควรทำความสะอาดบริเวณ

  • ใต้ท้องรถ
  • ซุ้มล้อ
  • ช่วงล่าง
  • ห้องเครื่อง
  • ขอบประตู
  • รางระบายน้ำ
  • บริเวณรอบซีลยาง

เพื่อไม่ให้สิ่งสกปรกสะสมและเร่งการกัดกร่อนของชิ้นส่วน

สิ่งสำคัญที่สุดคือ อย่ารีบสตาร์ทรถ หากยังไม่แน่ใจว่าน้ำเข้าไปถึงส่วนสำคัญหรือยัง ควรตรวจสอบสภาพรถและของเหลวต่าง ๆ ให้ละเอียด รวมถึงทำความสะอาด และทำให้บริเวณที่เปียกแห้งสนิท หากพบความผิดปกติ ควรให้ช่างหรือศูนย์บริการตรวจสอบก่อนนำรถกลับมาใช้งาน


บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy