ดูแลรถหลังน้ำท่วมอย่างไร? ต้องเช็กอะไรบ้างก่อนนำรถกลับมาใช้งาน

ดูแลรถหลังน้ำท่วมอย่างไร? เช็กอะไรบ้างก่อนนำกลับมาใช้งาน
หลังน้ำลด หลายคนอาจคิดว่าแค่ล้างรถ ตากพรมให้แห้ง แล้วก็กลับมาขับได้ตามปกติ แต่จริง ๆ แล้ว น้ำอาจเข้าไปสะสมอยู่ในจุดสำคัญของรถโดยที่เราไม่เห็น
และอาจทำให้เกิดปัญหาตามมาภายหลัง ทั้งสนิม ระบบไฟฟ้าขัดข้อง เครื่องยนต์เสียหาย หรือระบบเบรกทำงานผิดปกติ
อย่าเพิ่งรีบสตาร์ตรถ
นี่คือสิ่งแรกที่ควรจำไว้ หากรถถูกน้ำท่วมจนมีน้ำเข้าไปในห้องโดยสาร หรือสงสัยว่าน้ำอาจเข้าไปถึงห้องเครื่อง
ไม่ควรรีบสตาร์ตเครื่องยนต์เพื่อทดลองว่ารถยังติดหรือไม่
เพราะหากมีน้ำเข้าไปในระบบไอดีหรือกระบอกสูบ การพยายามสตาร์ตอาจทำให้เครื่องยนต์เสียหายเพิ่มเติมได้ ขณะเดียวกันน้ำที่เข้าไปในระบบไฟฟ้าอาจทำให้เกิดการลัดวงจรหรือปัญหาที่ไม่ได้แสดงอาการทันที
รถไฮบริดและรถ EV ต้องระวังเป็นพิเศษ
สำหรับรถไฮบริดและรถยนต์ไฟฟ้า ไม่ควรตรวจ หรือทดลองระบบไฟแรงสูงด้วยตัวเอง
แบตเตอรี่แรงดันสูงและระบบไฟฟ้าของรถที่ถูกน้ำท่วมอาจมีความเสี่ยงต่อไฟฟ้าช็อตและไฟไหม้ แม้รถจะดูเหมือนแห้งแล้วก็ตาม NHTSA
แนะนำว่าหากสงสัยว่าแบตเตอรี่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม ควรติดต่อผู้ผลิตหรือศูนย์บริการ
เปิดฝากระโปรง ตรวจดูระดับน้ำและคราบสกปรก
สังเกตว่ามี
- คราบโคลนหรือคราบน้ำอยู่ในห้องเครื่องหรือไม่
- น้ำมันเครื่องมีลักษณะผิดปกติหรือไม่
- กรองอากาศเปียกหรือไม่
- มีน้ำอยู่ในกล่องกรองอากาศหรือไม่
- ปลั๊กและขั้วไฟฟ้ามีคราบน้ำหรือความชื้นหรือไม่
โดยเฉพาะ กรองอากาศ หากเปียกหรือมีร่องรอยว่าน้ำเข้าไปถึงระบบไอดี ควรหยุดการใช้งานและให้ช่างตรวจสอบก่อน
ตรวจน้ำมันเครื่องและของเหลวต่าง ๆ
น้ำที่เข้าไปในรถสามารถปนกับของเหลวต่าง ๆ ได้ จึงควรตรวจสอบ
| น้ำมันเครื่อง → น้ำมันเกียร์ → น้ำมันเฟืองท้าย → น้ำมันเบรก → น้ำยาหล่อเย็น |
หากพบว่าน้ำมันมีสีหรือสภาพผิดปกติ เช่น น้ำมันเครื่องมีลักษณะขุ่นคล้ายน้ำนม หรือมีน้ำปนอยู่ ควรเปลี่ยนถ่ายและตรวจสอบระบบที่เกี่ยวข้องก่อนนำรถกลับมาใช้งาน
นอกจากนี้ควรตรวจระดับน้ำมันเบรกและของเหลวต่าง ๆ ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมด้วย โดยแนวทางตรวจสภาพรถของกรมการขนส่งทางบกก็ให้ความสำคัญกับระดับน้ำมันเบรก น้ำยาหล่อเย็น น้ำมันเครื่อง และสภาพยางในการตรวจความพร้อมของรถ
ระบบเบรกต้องเช็กให้ละเอียด
หลังลุยน้ำ เบรกอาจมีน้ำหรือสิ่งสกปรกเข้าไปสะสม โดยเฉพาะบริเวณจานเบรกและชุดเบรก
หลังจากรถได้รับการตรวจสอบแล้ว ควรทดลองเบรกในพื้นที่ปลอดภัยและสังเกตว่า
- แป้นเบรกผิดปกติหรือไม่
- รถเบรกแล้วดึงไปด้านใดด้านหนึ่งหรือไม่
- มีเสียงผิดปกติหรือไม่
- ไฟเตือน ABS หรือระบบเบรกขึ้นหรือไม่
หากมีอาการผิดปกติ ไม่ควรฝืนขับต่อ
ล้างคราบโคลนและสิ่งสกปรกออกให้เร็ว
น้ำท่วมไม่ได้มีแค่น้ำ แต่ยังอาจมีดิน โคลน เศษขยะ และสารปนเปื้อนต่าง ๆ ติดมากับน้ำ
หลังน้ำลดควรทำความสะอาดบริเวณ
- ใต้ท้องรถ
- ซุ้มล้อ
- ช่วงล่าง
- ห้องเครื่อง
- ขอบประตู
- รางระบายน้ำ
- บริเวณรอบซีลยาง
เพื่อไม่ให้สิ่งสกปรกสะสมและเร่งการกัดกร่อนของชิ้นส่วน
สิ่งสำคัญที่สุดคือ อย่ารีบสตาร์ทรถ หากยังไม่แน่ใจว่าน้ำเข้าไปถึงส่วนสำคัญหรือยัง ควรตรวจสอบสภาพรถและของเหลวต่าง ๆ ให้ละเอียด รวมถึงทำความสะอาด และทำให้บริเวณที่เปียกแห้งสนิท หากพบความผิดปกติ ควรให้ช่างหรือศูนย์บริการตรวจสอบก่อนนำรถกลับมาใช้งาน


